ติดต่อสอบถาม

เลขที่ 100 ซอยพร้อมพรรค

ทองหล่อ 25 (สุขุมวิท 49)

แขวงคลองตันเหนือ

เขตวัฒนา กทม. 10110

โทรศัพท์ 02 185 0886

02 712 6223

มือถือ 089 015 1996

โทรสาร 02 185 1013

E-mail miftah@miftahbandon.org

คุณติดตามรายการใดในเว็บไซต์แห่งนี้มากที่สุด?
 
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 39727


เช้าตรู่ของวันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2540 มุสลิมในประเทศไทยได้รับทราบข่าวการจากไปของจุฬาราชมนตรี ฮัจยีประเสริฐ มะหะหมัด ด้วยความอาลัยการจากไปของท่านไม่เพียงแต่เป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของครอบครัวท่านเท่านั้นแต่เป็นความสูญเสียของประเทศชาติ ที่ต้องสูญเสียบุคคลสำคัญ เป็นความสูญเสียของมวลมุสลิมที่ต้องสูญเสียบุคลากรอันมีค่าของสังคมที่ทุกคนให้การยอมรับ เป็นความสูญเสียของวงวิชาการที่ต้องขาดผู้เชี่ยวชาญในวิชาการศาสนาสาขาต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาฟิกฮ์ ซึ่งท่านเป็นผู้ที่มีความแตกฉานในด้านนี้ วิชาการของท่านไม่ได้ดับไปพร้อมกับตัวท่าน     ก็จริงอยู่ เพราะท่านได้ถ่ายทอดมันไว้ให้แก่ศิษย์ของท่านรุ่นแล้วรุ่นเล่า แต่ความแตกฉานและความชำนาญของท่าน จะมีสักกี่คนที่ได้รับการถ่ายทอดเอาไว้ คงจะเป็นเพราะเหตุเช่นนี้ท่านนบีมุฮำหมัด (ซ.ล.) จึงได้กล่าวไว้ว่า

"พระองค์อัลเลาะห์จะไม่เก็บเอาวิชาความรู้ไปโดยตรา แต่พระองค์จะเก็บเอาวิชาความรู้ไปด้วยการเก็บชีวิต

ของผู้รู้จนไม่มีผู้รู้เหลืออยู่ ผู้คนก็จะเลือกเอาคนที่ไม่มีความรู้ขึ้นเป็นผู้นำ เมื่อมีผู้ไปถามเขา เขาก็จะตอบโดยขาดความรู้เขาเองหลงผิดและยังทำให้ผู้อื่นหลงผิดอีกด้วย" รายงานโดยบุคอรี

ขณะที่ท่านใช้ชีวิตของความเป็นครู ท่านได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจของท่าน ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่ศิษย์ของท่านอย่างเต็มที่ ท่านเลิกการงานอาชีพทุกอย่างเพื่อใช้ชีวิตในการสอน ท่านเคยกล่าวว่า

"เมื่อเราตั้งใจทำอะไร จะต้องทำให้จริงจึงจะประสบผลสำเร็จ เมื่อตั้งใจสอน ก็จะต้องทุ่มเทและเสียสละทุกอย่างให้แก่การสอน"

ในแต่ละวันท่านจะเริ่มการสอนตั้งแต่หลังละหมาดซุบฮิ จนถึงเวลา 7.00 น. , ตั้งแต่เวลา 9.00 นจนถึงเวลา 12.00 น.และตั้งแต่เวลา 13.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น. ทุกวันทำการ และในวันเสาร์จะให้การอบรมแก่นักศึกษาผู้ใหญ่ตั้งแต่เวลา10.00 น. จนถึงเวลา 12.00 น. ท่านรักษาเวลาในการสอนมาก ทุกวันท่านจะมาที่โรงเรียนทำการสอนตรงตามเวลาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ท่านสอนด้วยเสียงดังชันเจน ถ้าจะมีใครหลบซ่อนอยู่ในปอเนาะโดยไม่ขึ้นเรียน ก็จะสามารถได้ยินเสียงของท่านได้ที่ปอเนาะ ทั้งที่อยู่ห่างจากโรงเรียนพอสมควร และท่านมักจะกล่าวเตือนผู้ทำหน้าที่เป็นโฆษก ให้เริ่มรายการอบรมทันทีเมื่อถึงเวลา 10 นาฬิกาตรงในวันเสาร์ท่านเป็นคนที่รักการสอนมาก แม้ในยามที่ท่านเจ็บป่วย ถ้าหากท่านยังพอทำหน้าที่ได้้ท่านก็จะต้องมาทำหน้าที่ และถ้าหากท่านไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ท่านก็ยังไม่มอบหมายให้ผู้ใดมาทำการสอนแทนท่านจนกว่าท่านจะมั่นใจว่าในวันนั้นท่านไม่สามารถทำหน้าที่ได้ด้วยตนเองเท่านั้น      ท่านให้ความรัก ความเอาใจใส่แก่ศิษย์ของท่านทุกคน ท่านเคยพูดว่า "เมื่อใดที่ฝนตก มักจะนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงลูกศิษย์ที่อาศัยอยู่ในปอเนาะว่า จะเปียกปอนกันบ้างหรือเปล่า เพราะหลังคาปอเนาะรั่ว" อันเป็นเหตุทำให้ท่านคิดสร้างหอพักถาวรขึ้นให้แก่ลูกศิษย์ของท่านและท่านจะอยู่เคียงข้างลูกศิษย์ของท่านเสมอ ในยามที่เกิดเรื่องเดือดร้อน ท่านไม่เคยปล่อยให้ลูกศิษย์ของท่านต้องเผชิญกับเรื่องเดือดร้อนโดยลำพังเลย ท่านจะเป็นผู้เข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยตัวท่านเอง และไม่เคยทอดทิ้ง สิ่งที่ท่านมักปรารภให้ศิษย์ฟังเสมอก็คือความเป็นห่วงต่อสถาบันมิฟตาฮ์ โดยกล่าวว่า

"โรงเรียนจะตายไม่ได้"ท่านได้พยายามจัดหากองทุนต่างๆ มาบำรุงการศึกษาของโรงเรียน โดยเฉพาะครูที่ทำการ

สอน ท่านได้มอบเงินช่วยเหลือให้แก่ครูที่ช่วยทำการสอนทุกคน โดยท่านเองไม่ขอรับเงินใด ๆ แม้เงินช่วยเหลือที่ครูทั้งหลายจะได้รับจะเป็นจำนวนเล็กน้อย แต่ทุกคนก็มีความตั้งใจที่จะสอนด้วยความเสียสละ ท่านเคยกล่าวว่า"ได้เคยขอดุอาให้มีโรงเรียน มีหอพักสำหรับนักเรียน อัลเลาะห์ก็ทรงรับดุอาแล้ว ยังขออยู่อีกอย่างหนึ่งคือให้มีเงินทุกให้แก่ครูที่มาช่วยทำการสอน เพื่อให้โรงเรียนยืนอยู่ได้ตลอดไป"

 

คำพูดประโยคนี้ท่านมักพูดให้ใครๆ ได้ยินอยู่เสมอ และแล้วอัลเลาะห์ก็ตอบสนองดุอาของท่านเมื่อทางโรงเรียนได้จัดตั้งมูลนิธิโรงเรียนมิฟตาฮุ้ลอิลูมิดดีนียะห์ขึ้น เพื่อรองรับการหาทุนดำเนินการของโรงเรียน และได้มีผุ้มีใจอันเป็นกุศล ได้อุทิศที่ดินวะกัฟให้จำนวน 1 ไร่ ในนามของมูลนิธิฯ เป็นที่ดินอยู่ในทำเลดีมากย่านรามคำแหงบุคคลนั้นคือตวนฮัจยีมุฮำหมัดนะวะวี ลีวัน (ขออัลเลาะห์ทรงเมตตา) และฮัจยะห์ฮับเซาะห์ ลีวัน และท่านได้รับบริจาคเงินเพื่อก่อสร้างอาคารหอพักเพื่อให้เช่าในที่ดินดังกล่าว จนแล้วเสร็จเป็นอาคารสูง 4 ชั้น มีจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 112 ห้อง รายได้ที่เกิดจากการเช่านำมาเป็นค่าใช้จ่ายในโรงเรียน และจ่ายเงินเดือนให้แก่ครู ท่านเคยพูดหลังจากได้รับตำแหน่งจุฬาราชมนตรีว่า "สิ่งที่ขอดุอาไว้ได้มาครบแล้วส่วนตำแหน่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้มุ่งหวังไว้ เป็นสิ่งที่อัลเลาะห์มอบให้เกินจากที่ขอไว้"

เมื่อท่านได้รับตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ท่านได้ใช้บุคลิกภาพ ความกล้าหาญและความจริงใจของท่านเข้าแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจกัน และความหวาดระแวงต่อกัน ระหว่างมุสลิมกับทางรัฐบาล จนในที่สุดปัญหาร้ายแรงต่างๆและความไม่เข้าใจกันที่เกิดขึ้นก็คลี่คลายลง จากผลงานของท่านที่ทำไว้ ทำให้ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หลายครั้ง และทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้มอบปริญญาบัตรศิลปะศาสตร์บัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้แก่ท่าน และท่านยังได้รับคำชมเชยจากหน่วยราชการทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนอีกมากมาย

ท่านเป็นบุคคลที่มีค่าสำหรับพวกเรา ที่จะขอจารึกไว้ในความทรงจำตลอดไป...



ดาวน์โหลดสารมิฟตาฮฺ

สารมิฟตาฮฯ เล่มที่ ๑


 

เรามี 4 บุคคลทั่วไป ออนไลน์