เมื่อมุสลิมอ่อนแอ
โดย นาย อะห์หมัด เกษประดิษฐ์ นักเรียนชั้นซานาวียฺ ปีที่ 2
พี่น้องผู้ศรัทธาทุกท่านครับจะมองไปที่ใดในโลกของเราหรือฟังข่าวคราวของโลกใน 10 เรื่องจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับมุสลิมไม่น้อยกว่า 6 เรื่องด้วยกัน และทั้ง 6 เรื่องนั้นไม่มีข่าวใดที่เป็นข่าวดีเกี่ยวกับมุสลิม โดยเฉพาะข่าวที่มาจากทางตะวันออกสื่อสารของโลกกำลังสร้างภาพให้กับมุสลิม
เช่น การก่อการร้าย การวางแผนร้าย การสร้างอาวุธร้าย ไม่ว่าจะเป็นอาวุธเคมีหรืออาวุธทางชีวภาพ ภาพเหล่านี้ทำให้โยงใยไปถึงคำสอนของอิสลามว่า เป็นศาสนาแห่งความชั่วร้ายแต่ในความเป็นจริงนั้นมุสลิมจะอยู่ในสภาพอย่างไร คงไม่อยู่ในคำวิจารณ์ของคนอื่น มุสลิมจะตกต่ำหรือไม่ตกต่ำก็ขึ้นอยู่กับตัวมุสลิมเองแหละครับ
แต่ถ้าถามมุสลิมในปัจจุบันนี้ว่ากำลังตกต่ำอยู่ใช่หรือไม่ เราก็คงยอมรับว่าเรานั้นอยู่ในสภาพที่ตกต่ำ ถูกศัตรูภายนอกและภายในทำลาย เนื่องจากมีปัจจัย 2 ประการที่เป็นเหตุของความอ่อนแอที่มุสลิมนั้นยังมีอยู่คือ รักดุนยาและกลัวตาย ท่านผู้อ่านครับอย่างไรก็ตามผมคิดว่าคนที่ฉลาดจะต้องทบทวนตัวเองและมีวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลไปจนถึงโลกหน้า (อาคิเราะฮฺ)ครับ
ดังนั้นการจับผิดตัวเองเป็นสิ่งที่เราทุกคนจะละทิ้งไม่ได้เด็ดขาด เพราะเราเองคงไม่รู้ดีกว่าท่านนบี(ซ.ล.) ผู้ได้รับความรู้โดยตรงจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ให้ทำหน้าที่เป็นสื่อแห่งความจริงมายังมนุษยชาติ ท่านผู้อ่านครับ ความรักดุนยาเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เราอ่อนแอนั้นเป็นอย่างไร จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องนำมาวิเคราะห์ให้เป็นรูปธรรม โดยนำโองการต่อไปนี้มาเป็นมุมมองส่องหาความจริง อัลลอฮฺ(ซ.บ)ทรงตรัสว่า
الَّذِينَ يَسْتَحِبُّونَ الْحَيَاةَ الدُّنْيَا عَلَى الآخِرَةِ وَيَصُدُّونَ عَن سَبِيلِ اللَّهِ وَيَبْغُونَهَا عِوَجًا أُوْلَئِكَ فِي ضَلالٍ بَعِيدٍ
(ซูเราะฮฺ อิบรอฮีม อายะฮฺที่ 3)
ความว่า “บรรดาผู้ที่รักดุนยามากกว่าอาคิเราะฮฺและสกัดกั้นจากหนทางแห่งอัลลอฮฺและจะทำให้มันคดเคี้ยว ชนเหล่านั้นอยู่ในทางที่ห่างใกลยิ่ง”พี่น้องผู้ศรัธาทุกท่านครับอัลลอฮฺบอกถึงผลของการเอาแต่ดุนยาโดยไม่แยแสต่อการมีชิวิตในโลกหน้าอาคิเราะฮฺจะแสดงพฤติกรรมใน 4 ลักษณะ ต่อไปนี้
1- พอใจกับการใช้ชีวิตในโลกนี้
2- ไม่ใส่ใจกับการมีชีวิตในโลกหน้า
3- ปิดกั้นผู้คนจากหนทางของอัลลอฮฺ
4- ต้องการให่คำสอนของศาสนาเป็นไปตามใจชอบ
ท่านผู้อ่านครับส่วนสาเหตุความอ่อนแออีกด้านหนึ่งผมคิดว่ามันก็คือความเกลียดกลัวความตายที่คงดาย ทั้งๆที่อัลลอฮฺบอกไว้ว่า
“มนุษย์ต้องได้สัมผัสกับความตายแน่นอน”แต่ในเรื่องความเกลียดกลัวบางอย่างมันกับเป็นความดีงามกับตัวเอง
ดังที่อัลลอฮฺทรงตรัสไว้ว่า
كُتِبَ عَلَيْكُمُ الْقِتَالُ وَهُوَ كُرْهٌ لَّكُمْ وَعَسَى أَن تَكْرَهُواْ شَيْئًا وَهُوَ خَيْرٌ لَّكُمْ وَعَسَى أَن تُحِبُّواْ شَيْئًا وَهُوَ شَرٌّ لَّكُمْ وَاللَّهُ يَعْلَمُ وَأَنتُمْ لاَ تَعْلَمُونَ
ความว่า”การสู้รบนั้นได้ถูกกำหนดเป็นหน้าที่ปฏิบัติกับพวกเจ้าโดยที่มันเป็นที่รังเกียจของพวกเจ้าและหวังในสิ่งที่พวกเจ้ารังเกียจนั้นอาจเป็นผลดีแก่พวกเจ้าและหวังว่าสิ่งที่พวกเจ้ารักนั้นอาจเป็นสิ่งไม่ดีต่อพวกเจ้า และอัลลอฮฺทรงรู้แต่พวกเจ้าหารู้ไม่” (ซูเราะฮฺ อัล บาเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่ 216)
ท่านผู้อ่านทุกท่านครับการทำสงครามกับความตายนั้นเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออก มนุษย์ส่วนใหญ่จึงไม่ชอบการทำสงครามเพราะกลัวว่าจะเกิดความกลัวตาย ความกลัวตายจึงเป็นเหตุของความอ่อนแอ ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาครับ โลกมุสลิมของพวกเราในขณะนี้ ถูกอำนาจควบคุมและเดินตามรอยเท้า ของพวกเขาทุกฝีก้าวเพียงเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด ทั้งๆที่อัลลอฮฺ ได้ทรงตักเตือนไว้แล้วว่า
“ไม่ว่ายะฮูด ไม่ว่านะศอรอ จะไม่พอใจกับมุสลิมจนกว่าจะทำให้พวกเขาพอใจ”
ความพอใจของพวกเขาก็คงอยู่ที่ ไม่มีอิสลามหลงเหลืออยู่เลย พี่น้องครับและเมื่อนั้นอิสลามจะต้องเปลี่ยนประชาชาติใหม่ที่พวกเขารักอัลลอฮฺ และพระองค์ก็รักพวกเขา
“สุดท้ายนี้จะทรงให้ผมและพี่น้องผู้ศรัทธาทุกท่านได้ออกห่างไกลจากความอ่อนแอและให้มีความแข็งแรงเพื่อที่จะดำรงไว้ ด้วยศาสนาของอัลลอฮฺ (ซ.บ.)ตลอดไป”
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
