ความตายกับสุสาน
ความตายกับสุสาน
ความตายคือสัจธรรมที่มนุษย์ทุกคนจะต้องก้าวไปพบเผชิญหน้าไม่มีผู้ใดหลีกเลี่ยง ไม่อาจมีใครหลุดรอด อัลเลาะฮฺ (ซ.บ.) ทรงมีมหาดำรัสว่า
كل نفس ذائقة الموت وانما توفون اجوركم يوم القيامة فمن زحزح عن النار وادخل الجنة فقد فاز وما الحياة الدنيا الا متاع الغرور
ความว่า “ทุกชีวิตต้องได้ลิ้มรสแห่งความตาย ความจริงพวกเจ้าทุกคนจะถูกตอบแทนให้โดยครบสมบูรณ์ในวัน
พิพากษา ฉะนั้นบุคคลใดถูกให้ดิ้นรนจนหลุดพ้นจากนรกอเวจี และได้เข้าสวรรค์ แท้จริงผู้นั้นคือผู้ที่ไดรับชัย ชีวิตในดลกีย์หาใช่อื่นใดไม่ เว้นแต่เป้นเพียงความสุขอันจอมปลอม”
และพระองค์อัลลอฮฺทรงฝากท่านบรมศาสดาบอกแก่พวกเราว่า
يا ابن آدم لا تغتر بشبابك فكم من شاب سبقك إلى الموت
يا ابن آدم لا تفرح بدنياك فلست بمخلد
يا ابن آدم استح مني عند معصيتي أستح منك فلا أعوذ بك
ความว่า โอ้ลูกหลานอาดัม อย่าหลงงมงายกับความหนุ่มแน่นมีมากเท่าใดที่คนหนุ่มกว่าพวกเจ้าตายไปก่อนหน้า โอ้ลูกหลานอาดำอย่าหลงระเริงกับโลกีย์นี้ พวกเจ้าไม่ได้ถูกสร้างให้เป็นอมตะ โอ้ลูกหลานอาดำจงละอายต่อฉันบ้างเมื่อทำชั้วต่อฉัน ฉันจะได้ละอายพวกเจ้าบ้างและไม่ลงโทษพวกเจ้า
เป้าหมายสูงสุดของการใช้ชีวิตในดุนยา คือการตระเตรียมสรรพเสบียงแห่งคุณงามความดี จงรีบตื่นจากความหลงไหลในดุนยาก่อนที่ความตายจะมาเผชิญแบบม่ทันได้ตั้งตัวเตรียมใจซึ่งภาษาอาหรับเรียกว่า سوءالعاقبةคือการจบชีวิตอย่างน่าอนาจมนุษย์เราทุกคนจะถูกให้ฟื้นคืนชีพมาในสภาพการที่เขาเคยเป็นก่อนจะตาย กล่าวคือถ้าทำดีก่อนตายย่อมได้พบเจอสิ่งดีๆแต่ถ้าทำกลับกัน ก่อนตายทำแต่ความชั้วผลลัพธ์ที่ได้ก็ย่อมไม่ดี
ความตายคือการย้ายสภาวะความไม่จีรังไปสู่สภาวะการรอคอยความจีรัง คือเมื่อหลังจากฟื้นก็จะต้องไม่มีความตายอีก ฉะนั้นเราจะต้องตักตวงกอบโกยช่วงเวลาที่ยังมีลมหายฬจอยู่ใช้เวลาให้ป็นประโยชน์และชาญฉลาดสุดเท่าที่จะทำได้ ท่านบรมศาสดาทรงมีวจนะว่า
“ไม่มีวันหรอกจากวันใดๆที่เมื่อดวงอาทิตย์ฉายแสงขึ้นเว้นแต่มันจะป่าวร้องว่า โอ้ลูกหลานอาดัม ฉันคือวันใหม่ ฉันเป็นพยานพฤติกรรมพวกท่าน จงกอบโกยจากตัวฉัน เพราะฉันจะมิหวนคืนกลับมาอีกจนวันกิยามะห์"
แต่เหตุเพราะความดีการเป็นบ่าวที่ดีไม่อยู่ในวิสัยที่มนุษย์จะผูกขาดเอาไว้ จึงต้องวอนขอกับพระผู้เป้นเจ้าให้ทรงโปรดเอื้ออำนวยการให้เราได้เป็นคนดีและทำดีด้วยท่านบรมศาสดาทรงมีพจนารถว่า
إذاأرادالله بعبدخيراإستعمله
ความว่า เมื่ออัลลอฮ์ทรงปรารถนาดีแก่บ่าวคนใดพระองค์จะทรงใช้งานเขาหลังจากมนุษย์ข้ามผ่านพ้นความตายมาเรียบร้อยสิ่งที่ต้องประสบพบเจอเป้นลำดับถัดไปคือ หลุมสุสานที่จะใช้ฝังสังขารของตนไปจวบจนวันแห่งการชำระบัญชี
ท่านนบีมูฮำหมัด(ซ.ล.)ได้บอกเล่าไว้ว่า เมื่อศพถูกวางใส่โลงและผ็แบกหามยกขึ้นบ่า หากศพนั้นเป็นคนดีก็จะกล่าวว่า “จงเอาฉันขึ้แซงหน้า” แต่หากศพนั้นเป็นคนชั่วช้าก้จะกล่าวว่า “หายนะแล้วจะเอาไปไหนกัน” ทุกสรรพสิ่งยินเสียงของศพยกเว้นมนุษย์เพราะหากมนุษย์ได้ยินก็จะหมดสติ
ท่านพี่น้องที่รักทุกท่านเมื่อศพถูกนำไปยังสุสานจะมี๓ประการที่ติดตามศพไป ๓ประการนั้นก็คือ ครอบครัว ทร้พย์สิน ผลกรรม สองสิ่งจะกลับคงเหลือเพียงสิ่งเดียว สองสิ่งจะกลับก็คือ ครอบครัวและทรัพย์สิน เหลือไว้เพียงผลกรรมส่วนตัว ฉะนั้นผู้ที่ยังมีลมหายใจอยู่ ควรขอพรให้ศพมากๆ เพราะเป็นกิจสุนัต
สุดทายนี้ขอฝากโอการหนึ่งจากซูเราะห์ยาซีน ซึ่งเป็นซูเราะห์ที่ฉายภาพเรื่งความตายและฟื้นคืนชีพได้อย่างชัดเจนซูเราะห์หนึ่ง จึงมีสุนัตให้อ่านซูเราะนี้ในทุกบรรยากาศที่เกี่ยวโยงกับความตายอัลเลาะห์ (ซ.บ) ทรงมีพระมหา ดำรัสว่า
اوام ير ا لإ نسا ن انا خلقنا ه من نطفة فإ ذ هو خصين مبين
ความว่า มนุษย์มิใด้มองเห็นหรอกหรือว่า แท้จริงเราได้ สร้างเขามาจากน้ำเชื้อเพียงหยดเดียว แต่ณ.บัดนี้เวลานี้เดียวนี้ เขากลับมาเป็นผู้กำเริบ ฮึกเหิมเสียแล้ว

